เวียดนาม
เวียดนามเป็นประเทศรูปตัว S ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทอดยาวตามแนวทะเลจีนใต้ โดยมีฮานอยเป็นเมืองหลวง ภูมิประเทศไล่จากนาขั้นบันไดบนภูเขาทางเหนือและอ่าวฮาลอง ผ่านแถบมรดกโลกภาคกลางที่เว้และฮอยอัน ลงไปจนถึงนครโฮจิมินห์และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางใต้ สำหรับผู้เดินทางจากไทย เวียดนามอยู่ห่างออกไปเพียงเที่ยวบินตรงไม่ถึงสองชั่วโมง และหนังสือเดินทางไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวภายใต้นโยบายที่ควรยืนยันสถานะก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
วีซ่าและการเข้าเวียดนามสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย
หนังสือเดินทางไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าเวียดนามเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจในฐานะชาติสมาชิกอาเซียนด้วยกันมายาวนาน โดยทั่วไปพำนักได้ 30 วัน ต่างจากกลุ่มสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่ได้ 45 วัน สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือกลไกเบื้องหลังมัน นโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับชาติอาเซียนของเวียดนามถูกทบทวนเป็นระยะ และเคยมีกรณีที่สิทธิ์ของบางสัญชาติถูกปรับลดโดยแจ้งล่วงหน้าไม่นาน สิทธิ์ที่เคยเท่ากันจึงไม่ได้แปลว่าจะเท่ากันตลอดไป และตัวเลขจากทริปครั้งก่อนหรือจากคำบอกเล่าของเพื่อนไม่ใช่หลักฐานที่ใช้ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ก่อนซื้อตั๋วทุกครั้งควรยืนยันสถานะล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยหรือพอร์ทัล e-Visa ทางการของเวียดนาม ผู้ที่ต้องการพำนักนานกว่าสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า หรือเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ที่การยกเว้นไม่ครอบคลุม ยื่น e-Visa ออนไลน์ล่วงหน้าผ่านพอร์ทัลทางการได้ และควรเผื่อเวลาดำเนินการก่อนวันเดินทาง
ประเภทวีซ่า
ยกเว้นวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย
ท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้น หนังสือเดินทางไทยในฐานะชาติสมาชิกอาเซียนไม่ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าตามปกติ แต่สิทธิ์นี้เป็นนโยบายที่ทบทวนได้ ไม่ใช่ข้อผูกพันถาวร จึงควรยืนยันสถานะล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามก่อนออกตั๋วทุกครั้ง
e-Visa ยื่นออนไลน์ล่วงหน้า
ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักนานกว่าสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า หรือเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ที่การยกเว้นไม่ครอบคลุม ยื่นผ่านพอร์ทัลทางการของเวียดนาม ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการให้ดูจากพอร์ทัล ณ เวลาที่ยื่น พิมพ์เอกสารที่อนุมัติแล้วไปแสดงพร้อมหนังสือเดินทางที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
วีซ่าธุรกิจ
สำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ประชุม เจรจา วิจัยตลาด และลงนามสัญญา โดยทั่วไปต้องมีหนังสือเชิญจากนิติบุคคลในเวียดนามประกอบการยื่น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
- ตรวจสอบสถานะยกเว้นวีซ่าก่อนจองตั๋วเสมอ: นโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับชาติอาเซียนของเวียดนามถูกทบทวนเป็นระยะ และเคยมีสัญชาติที่ถูกปรับลดระยะเวลาลงโดยแจ้งล่วงหน้าไม่นาน ยืนยันสถานะล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยหรือพอร์ทัล e-Visa ทางการก่อนซื้อตั๋วทุกครั้ง
- อย่าอยู่เกินกำหนดเด็ดขาด: เวียดนามบังคับใช้บทลงโทษเข้มงวด ค่าปรับตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านดองเวียดนาม เนรเทศ และห้ามเข้าประเทศในอนาคต สถานทูตไทยช่วยขยายเวลาวีซ่าให้ไม่ได้
- หนังสือเดินทาง: ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า ต้องใช้เล่มเดียวกันตอนเข้าและออกประเทศ
- แจ้งเงินสดหากเกินเกณฑ์: บังคับแจ้งเมื่อพกเงินดองเกิน 15,000,000 ดอง หรือเงินตราต่างประเทศเกิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตอนเข้าหรือออกประเทศ
- สนามบินหลัก: โหน่ยบ่ายสำหรับฮานอย เตินเซินเญิ้สสำหรับนครโฮจิมินห์ ดานังเป็นประตูสู่ภาคกลาง
- สภาพอากาศแตกต่างตามภูมิภาค: ภาคเหนือ (ฮานอย ซาปา ฮาลอง) หนาวเย็นธันวาคม-กุมภาพันธ์ ร้อนมิถุนายน-สิงหาคม ภาคกลาง (เว้ ฮอยอัน ดานัง) ฝนหนักกันยายน-ธันวาคม ภาคใต้ (นครโฮจิมินห์ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ฟู้โกว๊ก) ร้อนทั้งปี ฝนพฤษภาคม-พฤศจิกายน ไม่มีช่วงใดที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งประเทศ
- ความปลอดภัย: เวียดนามค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ความเสี่ยงหลักคือการกระชากกระเป๋าจากมอเตอร์ไซค์ (โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์ พกกระเป๋าให้ชิดตัว) อุบัติเหตุจราจร (ความเสี่ยงจริงที่สุด) และการโกงราคาแท็กซี่บางครั้ง (ใช้ Grab จะปลอดภัยกว่า) อย่าดื่มน้ำประปา
- การเดินทาง: เที่ยวบินภายในประเทศราคาถูก รถไฟตู้นอน (สาย Reunification Express วิ่งฮานอย-โฮจิมินห์เต็มระยะทาง 1,700 กิโลเมตร) รถทัวร์นอน และแอป Grab ในทุกเมือง เช่ามอเตอร์ไซค์ได้แต่จราจรวุ่นวายและใบขับขี่สากลมักไม่ได้รับการยอมรับ
ภาพรวมการเดินทาง
เวียดนามให้ความรู้สึกคุ้นและแปลกไปพร้อมกันสำหรับผู้เดินทางจากไทย ประเทศรูปตัว S ทอดยาวตามแนวชายฝั่งกว่าสามพันกิโลเมตร จนเหนือกับใต้แทบเป็นคนละประเทศทั้งเรื่องภูมิอากาศ อาหาร และจังหวะชีวิต ทางเหนือคือฮานอยที่ยังรักษาผังย่านช่างฝีมือเก่าไว้ได้ อ่าวฮาลองกับเกาะหินปูนนับพัน และนาขั้นบันไดบนภูเขาแถบซาปาและห่าซาง ภาคกลางเป็นแถบมรดกโลกที่ต่อกันได้ในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งป้อมปราการและสุสานราชวงศ์ที่เว้ เมืองเก่าโคมไฟฮอยอัน และหาดยาวของดานัง ส่วนภาคใต้คือนครโฮจิมินห์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่ชีวิตทั้งหมดผูกกับน้ำ และเกาะฟู้โกว๊ก สิ่งที่ทำให้เวียดนามคุ้มค่าเป็นพิเศษสำหรับผู้อ่านชาวไทยคือระยะทาง บินตรงจากกรุงเทพฯ ถึงฮานอยหรือนครโฮจิมินห์ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง สั้นกว่าเส้นทางในประเทศบางเส้นเสียอีก และค่าใช้จ่ายเมื่ออยู่บนพื้นที่โดยรวมยังใกล้เคียงหรือต่ำกว่าการเที่ยวในไทย อาหารเป็นเหตุผลเดียวที่เพียงพอสำหรับการไป เฝอ บั๋นหมี่ บุ๋นชา และกาแฟหยดกับนมข้นหวาน ล้วนเป็นรสที่คนไทยเข้าถึงได้ทันทีแต่ไม่เหมือนของบ้านเรา และเครือข่ายการเดินทางภายในประเทศทั้งรถไฟตู้นอน รถทัวร์นอน และเที่ยวบินในประเทศ ทำให้ร้อยเส้นทางเหนือจรดใต้เข้าด้วยกันได้โดยไม่ต้องขับรถเอง
สำรวจเวียดนาม
ฮานอย: ย่าน 36 สายช่างฝีมือ ทะเลสาบกลางเมือง และกาแฟที่ต้องนั่งลงดื่ม
ย่านเมืองเก่าฮานอยไม่ได้วางผังแบบเมืองท่องเที่ยว แต่โตมาจากการรวมกลุ่มของช่างฝีมือ ถนนแต่ละสายจึงตั้งชื่อตามสินค้าที่เคยผลิตและขายกันทั้งสาย ทั้งผ้าไหม เครื่องเงิน ไม้ไผ่ กระดาษ และของสังกะสี ร่องรอยนั้นยังอ่านได้จริงจากหน้าร้านที่เกาะกลุ่มกันเป็นย่านย่อยจนทุกวันนี้ ตรงกลางเมืองคือทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมที่ทำหน้าที่เป็นทั้งจุดอ้างอิงและสวนสาธารณะ ตอนเช้ามืดจะเห็นคนฮานอยออกมาเดินและรำมวยจีนรอบทะเลสาบก่อนเมืองจะตื่นเต็มที่ วัฒนธรรมกาแฟที่นี่เป็นอีกเรื่องที่ควรเผื่อเวลา เพราะกาแฟโรบัสตาคั่วเข้มชงผ่านที่กรองโลหะเล็กๆ หยดลงถ้วยทีละหยดกับนมข้นหวาน เป็นเครื่องดื่มที่ออกแบบมาให้ดื่มช้าบนเก้าอี้เตี้ยริมทาง ไม่ใช่ซื้อแล้วเดินไป กาแฟไข่ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำฮานอยก็เกิดจากการดัดแปลงในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เมื่อนมสดหายาก โดยตีไข่แดงกับนมข้นจนขึ้นฟองข้นแล้ววางทับบนกาแฟร้อน
อ่าวฮาลอง: ที่ราบหินปูนที่จมน้ำจนกลายเป็นเกาะนับพัน
อ่าวฮาลองเป็นมรดกโลกที่อ่านง่ายที่สุดเมื่อรู้ว่ามันคืออะไร ที่ราบหินปูนผืนใหญ่ถูกน้ำและเวลากัดเซาะจนเหลือเป็นแท่งและโดม แล้วระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นก็ท่วมหุบเขาระหว่างแท่งเหล่านั้น สิ่งที่โผล่พ้นน้ำกว่าหนึ่งพันหกร้อยเกาะในวันนี้จึงคือยอดของภูเขาลูกเดิม ถ้ำและโพรงจำนวนมากในเกาะเหล่านี้เกิดจากกระบวนการเดียวกัน วิธีชมที่ได้ผลที่สุดคือค้างคืนบนเรือ เพราะเรือไปกลับแบบวันเดียวจะไปถึงอ่าวตอนที่เรือลำอื่นกระจุกอยู่พร้อมกันหมด ขณะที่การค้างคืนทำให้ได้ช่วงเช้าตรู่และค่ำที่อ่าวเงียบจริง ฤดูกาลเปลี่ยนหน้าตาของที่นี่ค่อนข้างมาก ช่วงหน้าหนาวของภาคเหนือระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์มักมีหมอกและอากาศเย็นกว่าที่ผู้เดินทางจากไทยเตรียมใจไว้ ทัศนวิสัยจึงนุ่มและอาจไม่เห็นน้ำสีเขียวมรกตแบบในภาพ ส่วนหน้าร้อนแดดจัดกว่าแต่ก็มีโอกาสเจอพายุฝนที่ทำให้เรือบางเที่ยวถูกยกเลิก การเผื่อวันไว้หนึ่งวันในแผนจึงช่วยได้มาก
เว้และฮอยอัน: แถบมรดกโลกภาคกลางที่เดินทางต่อกันได้ในวันเดียว
ภาคกลางของเวียดนามรวมมรดกโลกไว้ใกล้กันจนวางแผนต่อเนื่องได้สบาย เว้เคยเป็นราชธานีของราชวงศ์เหงียน สิ่งที่เหลืออยู่คือป้อมปราการขนาดใหญ่กลางเมืองพร้อมพระราชวังด้านใน และสุสานของจักรพรรดิที่กระจายอยู่ตามเนินริมแม่น้ำหอม แต่ละแห่งออกแบบต่างกันตามรสนิยมของเจ้าของสุสานเอง จึงไม่ใช่การเดินดูของซ้ำ ห่างลงมาทางใต้คือฮอยอัน เมืองท่าเก่าที่ค้าขายกับจีน ญี่ปุ่น และชาติตะวันตกมาหลายศตวรรษ หน้าตาของเมืองจึงเป็นชั้นของหลายวัฒนธรรมทับกัน ทั้งบ้านไม้แบบจีน ศาลเจ้าประจำสมาคม และสะพานญี่ปุ่นมีหลังคาที่สร้างตั้งแต่ปี 1593 อีกมรดกหนึ่งของการเป็นเมืองท่าคือช่างตัดเสื้อ ซึ่งยังรับตัดชุดสั่งทำโดยวัดตัวและส่งของได้ในเวลาสั้นมาก ควรเผื่อเวลาสำหรับลองแก้อย่างน้อยหนึ่งรอบก่อนเดินทางต่อ ระหว่างเว้กับฮอยอันมีช่องเขาหายเวินที่ถนนไต่ไหล่เขาเลียบทะเล เป็นเส้นทางที่คนนิยมนั่งรถส่วนตัวหรือขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมากกว่าจะบินข้าม
นครโฮจิมินห์และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
นครโฮจิมินห์เดินด้วยจังหวะที่เร็วกว่าฮานอยอย่างเห็นได้ชัด ใจกลางเมืองยังมีอาคารยุคอาณานิคมฝรั่งเศสอย่างที่ทำการไปรษณีย์กลางและมหาวิหารตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสำนักงานใหม่ ร้านรวงเปิดถึงดึกและชีวิตกลางคืนแทบไม่มีช่วงพัก สถานที่เชิงประวัติศาสตร์ที่ผู้มาเยือนส่วนใหญ่จัดไว้ในแผนคืออุโมงค์กู๋จีทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองราวเจ็ดสิบกิโลเมตร ซึ่งเปิดให้เข้าชมโครงข่ายอุโมงค์บางช่วงพร้อมส่วนจัดแสดงห้องครัวและห้องพยาบาลใต้ดิน และพิพิธภัณฑ์ซากสงครามในตัวเมืองที่จัดแสดงยุทโธปกรณ์ ภาพถ่าย และคำบอกเล่า ทั้งสองแห่งเป็นการเยี่ยมชมที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจไปแบบใช้เวลาและใช้ไกด์ช่วยอธิบาย มากกว่าจะแวะถ่ายรูปผ่าน ลงใต้จากเมืองไปอีกไม่กี่ชั่วโมงคือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง พื้นที่ที่ถนนมีความสำคัญน้อยกว่าคลอง ตลาดน้ำที่ยังทำหน้าที่ค้าส่งจริงจะคึกที่สุดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เรือแต่ละลำแขวนตัวอย่างสินค้าไว้บนเสาสูงเพื่อบอกว่าขายอะไร ซึ่งเป็นระบบป้ายที่ใช้ได้จริงบนน้ำ
ซาปา ห่าซาง และภูเขาทางเหนือ
ภาคเหนือสุดของเวียดนามเป็นภูมิประเทศภูเขาที่ผู้คนทำนาขั้นบันไดไล่ระดับตามไหล่เขา ซาปาเป็นประตูที่เข้าถึงง่ายที่สุดและเป็นฐานสำหรับเดินป่าไปหมู่บ้านชาวม้งและเย้าโดยรอบ นาขั้นบันไดเปลี่ยนสีตามรอบการทำนา ช่วงที่ต้นข้าวสุกราวเดือนกันยายนถึงตุลาคมคือช่วงที่ทั้งหุบเขาเป็นสีทอง ส่วนช่วงที่นาเพิ่งไขน้ำเข้าจะสะท้อนฟ้าเป็นขั้นกระจก ซึ่งสวยคนละแบบและคนน้อยกว่า ไกลขึ้นไปอีกคือห่าซาง เส้นทางวนรอบภูเขาหลายวันที่ผ่านช่องเขาหม่าปีแล็งและหมู่บ้านที่ไม่ได้อยู่บนเส้นทางทัวร์ปกติ เรื่องที่ควรตัดสินใจอย่างซื่อสัตย์กับตัวเองคือการขับขี่ ถนนช่วงนี้แคบ ชัน และมีโค้งต่อเนื่อง ผู้ที่ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เป็นประจำมักเลือกนั่งซ้อนกับคนขับท้องถิ่นในรูปแบบที่เรียกกันว่าอีซีไรเดอร์ ซึ่งตัดความเสี่ยงหลักออกไปทั้งหมด ส่วนผู้ที่ตั้งใจขับเอง ควรทราบว่าใบอนุญาตขับขี่สากลต้องระบุประเภทรถจักรยานยนต์ไว้ด้วย และในทางปฏิบัติก็ไม่ได้รับการยอมรับเสมอไป
กินเวียดนามจากเหนือจรดใต้
อาหารเวียดนามใกล้ตัวคนไทยพอที่จะสั่งได้โดยไม่ต้องศึกษามาก่อน แต่ตรรกะของรสชาติต่างกันตรงที่เวียดนามใช้พริกและน้ำตาลน้อยกว่า และยกผักสดกับสมุนไพรมาเป็นจานแยกให้ผู้กินประกอบเอง ความสมดุลจึงเกิดที่โต๊ะ ไม่ใช่ในครัว ความต่างระหว่างภูมิภาคชัดกว่าที่หลายคนคาด อาหารภาคเหนืออย่างบุ๋นชาและเฝอฮานอยเน้นน้ำซุปใสและรสสุขุม ภาคกลางแถบเว้จัดจ้านและเผ็ดกว่าอย่างเห็นได้ชัด พร้อมของว่างจานเล็กหลายอย่างที่สืบมาจากสำรับในวัง ส่วนภาคใต้หวานนำและใช้กะทิมากขึ้น บางจานมีเฉพาะถิ่นจริงๆ เช่น เกาเลาที่กินได้เฉพาะในฮอยอัน ธรรมเนียมร้านริมทางก็มีตรรกะของมัน ร้านส่วนใหญ่ทำขายอย่างเดียวหรือสองอย่างเท่านั้นและทำอย่างนั้นมาทั้งชีวิต การชี้ไปที่ชามของโต๊ะข้างๆ เป็นวิธีสั่งที่ใช้ได้จริงและไม่เสียมารยาท ร้านที่คนแน่นและของหมุนเร็วมักปลอดภัยและอร่อยกว่าร้านว่างในเวลาเดียวกัน ส่วนเก้าอี้พลาสติกเตี้ยไม่ใช่ความมักง่าย แต่คือที่นั่งมาตรฐานของร้านที่ดีที่สุดหลายร้าน
หลากวิธีสัมผัสจุดหมายปลายทางนี้
เฝอ (อาหารประจำชาติ) บั๋นหมี่ (ขนมปังกรอบไส้เนื้อและผัก) บุ๋นชา (หมูย่างกับเส้นก๋วยเตี๋ยว) เกาเลา (มีเฉพาะที่ฮอยอัน) เปาะเปี๊ยะสด กาแฟไข่ และเบียร์สดฮอย ราคาต่อจานอยู่ในระดับที่ผู้เดินทางจากไทยมักแปลกใจว่าถูกกว่าที่บ้าน ทั้งที่เป็นอาหารซึ่งติดอันดับโลก
ย่านเมืองเก่าฮานอย 36 ถนนและประวัติศาสตร์นับพันปี เมืองโบราณโคมไฟฮอยอัน (มรดกโลก) พร้อมร้านตัดเสื้อชื่อดัง ป้อมปราการและสุสานราชวงศ์เว้ (มรดกโลก) นครโฮจิมินห์กับสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมฝรั่งเศส มรดกโลก 4 แห่งอยู่ใกล้กันจนเที่ยวต่อเนื่องได้ในทริปเดียว
อ่าวฮาลองที่มีเกาะหินปูน 1,600 เกาะ (มรดกโลก) นาขั้นบันไดซาปาและหมู่บ้านชาวเขา ถ้ำเซินโดงที่ฟองญา (ถ้ำใหญ่ที่สุดในโลก) ตลาดน้ำสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และเส้นทางห่าซางลูปทางเหนือสุดที่มีทิวทัศน์ภูเขาสวยที่สุดของเวียดนาม
เกาะฟู้โกว๊กชายหาดทรายขาวเขตร้อน ดานังและหาดอันบางที่ฮอยอัน อ่าวญาจาง เกาะกอนด๊าวที่ยังไม่ถูกพัฒนามาก และหมุ่ยเน่สำหรับไคท์เซิร์ฟ แนวชายฝั่งเวียดนามยาวกว่า 3,400 กิโลเมตร
อุโมงค์กู๋จีทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครโฮจิมินห์ พิพิธภัณฑ์ซากสงครามในตัวเมือง และพื้นที่เขตปลอดทหารเดิมใกล้เว้ซึ่งรวมอุโมงค์หวิงห์ม็อกไว้ด้วย ทุกแห่งเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีส่วนจัดแสดงและมีไกด์บรรยาย ผู้มาเยือนส่วนใหญ่เผื่อเวลาไว้ราวครึ่งวันต่อแห่ง
เงินและสกุลเงิน
ดองเวียดนาม (VND)
รหัสสกุลเงิน: VND
เคล็ดลับเรื่องเงินที่ใช้ได้จริง
ธนบัตรใบใหญ่สับสนง่าย ตั้งสติทุกครั้งที่จ่ายเงิน
สกุลเงินดองเวียดนาม (VND) มีธนบัตรใบใหญ่สุดที่ 500,000 ดอง ธนบัตร 200,000 ดองกับ 500,000 ดองมีสีคล้ายกันจนนักท่องเที่ยวสับสนบ่อยครั้ง นับเงินทอนให้ละเอียดทุกครั้งและอย่ารีบร้อนตอนจ่ายเงินหรือแลกเงิน ถอนเงินจากตู้ ATM ที่มีแสงสว่างเพียงพอและนับธนบัตรก่อนเดินออกจากตู้เสมอ จำนวนศูนย์ที่ต่างกัน 20,000 กับ 200,000 กับ 2,000,000 ดอง คือกับดักที่พบบ่อยที่สุด ตั้งสติอ่านตัวเลขให้ครบทุกหลักก่อนจ่ายเสมอ
ตู้ ATM มีทั่วไปแต่วงเงินถอนต่อครั้งต่ำ
ตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์เวียดนามมีอยู่ทั่วเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จำกัดวงเงินถอนสูงสุดต่อรายการที่ 2,000,000-5,000,000 ดอง ซึ่งต่ำกว่าที่ผู้เดินทางจากไทยคุ้นเคย และแต่ละรายการมีค่าธรรมเนียมของตู้เพิ่มจากค่าธรรมเนียมของธนาคารต้นทาง การถอนครั้งละมากเท่าที่เพดานอนุญาตจึงคุ้มกว่าการถอนย่อยหลายครั้ง เลือกให้คิดเป็นดองเวียดนามเสมอ ปฏิเสธการคิดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นบาทไทยที่ตู้ (Dynamic Currency Conversion) พกบัตรสำรองไว้เผื่อตู้ใดตู้หนึ่งใช้งานไม่ได้
เงินสดครองเมือง บัตรใช้ได้เฉพาะเมืองใหญ่และโรงแรม
บัตร Visa และ Mastercard รับได้ที่โรงแรมระดับสากล ร้านอาหารเชนใหญ่ และร้านค้าหรูในฮานอยและนครโฮจิมินห์ ในพื้นที่ชนบท เมืองเล็ก ร้านอาหารข้างทาง ตลาดท้องถิ่น รถทัวร์ระหว่างเมือง และเกสต์เฮาส์ส่วนใหญ่รับเฉพาะเงินสด ระบบ MoMo และ ZaloPay ที่คนเวียดนามใช้กันแพร่หลายต้องมีเบอร์โทรและบัญชีธนาคารท้องถิ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ไม่ได้
ไม่ใช่ธรรมเนียมทิปดั้งเดิม แต่ได้รับความนิยมมากขึ้น
ทิปไม่ใช่ธรรมเนียมดั้งเดิมของเวียดนาม แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มให้ทิปมากขึ้นในย่านท่องเที่ยว ร้านอาหาร: ให้ราว 20,000-50,000 ดองสำหรับบริการดี หรือปัดเศษบิลขึ้น ไกด์ทัวร์และคนขับรถ: 100,000-200,000 ดองต่อวัน นวดและสปา: 50,000-100,000 ดอง พนักงานยกกระเป๋าโรงแรม: 20,000-50,000 ดอง ทิปเป็นความสมัครใจเสมอ ไม่บังคับ แต่เป็นน้ำใจที่มีความหมายเมื่อเทียบกับค่าแรงท้องถิ่น
หมายเหตุ: ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ สามารถแลกเงินได้ที่สนามบิน ธนาคาร และร้านรับแลกเงินที่ได้รับอนุญาต
เวียดนามใช้เงินสกุลอะไร
ถอนเงินจากตู้ ATM ในเวียดนามได้เท่าไหร่ต่อครั้ง
ใช้พร้อมเพย์จ่ายเงินในเวียดนามได้ไหม
เที่ยวเวียดนามแพงกว่าไทยไหม
ควรพกเงินสดเท่าไหร่ในเวียดนาม
ควรให้ทิปเท่าไหร่ในเวียดนาม
คำถามที่พบบ่อย
คนไทยไปเวียดนามต้องขอวีซ่าไหม
โดยทั่วไปไม่ต้องขอวีซ่า หนังสือเดินทางไทยในฐานะชาติสมาชิกอาเซียนได้รับการยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจมาช้านาน โดยทั่วไปพำนักได้ 30 วัน แต่สิทธิ์นี้เป็นนโยบายที่ทบทวนได้ ไม่ใช่ข้อผูกพันถาวร จึงควรยืนยันสถานะล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยหรือพอร์ทัล e-Visa ทางการก่อนจองตั๋วทุกครั้ง และอย่ายึดตัวเลขจากทริปครั้งก่อนเป็นค่าตายตัว
ทำไมต้องตรวจสอบสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าก่อนเดินทาง ทั้งที่ไทยเป็นอาเซียนด้วยกัน
เพราะการยกเว้นวีซ่าระหว่างชาติอาเซียนเป็นนโยบายฝ่ายเดียวที่แต่ละประเทศทบทวนได้เอง ไม่ใช่สิทธิถาวรที่ผูกมากับการเป็นสมาชิก เวียดนามเคยปรับลดระยะเวลาที่ให้กับบางสัญชาติในกลุ่มเดียวกันโดยแจ้งล่วงหน้าไม่นาน สิทธิ์ที่เคยเท่ากันจึงเปลี่ยนได้โดยที่ผู้เดินทางไม่ทันรู้ตัว และสายการบินจะตรวจเอกสารตามเกณฑ์ที่ใช้อยู่จริง ณ วันเดินทาง ไม่ใช่ตามที่เคยเป็น การยืนยันสถานะกับสถานเอกอัครราชทูตหรือพอร์ทัลทางการก่อนออกตั๋วจึงเป็นขั้นตอนที่คุ้มเวลาที่สุดของทริปนี้
e-Visa เวียดนามสมัครยังไง ใช้เวลานานแค่ไหน
สมัครออนไลน์ผ่านพอร์ทัล e-Visa ทางการของเวียดนาม เลือกได้ทั้งแบบเข้าครั้งเดียวและหลายครั้ง พำนักได้สูงสุด 90 วัน ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการให้ดูจากพอร์ทัล ณ เวลาที่ยื่น เพราะปรับเปลี่ยนได้ และควรเผื่อวันทำการไว้ก่อนกำหนดเดินทางเสมอ เมื่ออนุมัติแล้วให้พิมพ์เอกสารออกมาแสดงพร้อมหนังสือเดินทางที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศ
อยู่เกินกำหนดวีซ่าเวียดนามมีโทษอะไรบ้าง
เวียดนามบังคับใช้บทลงโทษการอยู่เกินกำหนดอย่างเข้มงวด ค่าปรับตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายล้านดองเวียดนาม (ราวหลักพันถึงหลายหมื่นบาท) พร้อมความเสี่ยงถูกเนรเทศและห้ามเข้าประเทศในอนาคต สถานทูตไทยไม่สามารถช่วยขอขยายเวลาวีซ่าให้ได้ ต้องวางแผนระยะเวลาพำนักให้รอบคอบตั้งแต่ต้น
ช่วงไหนเหมาะกับการไปเวียดนามที่สุด
ขึ้นอยู่กับภูมิภาคที่จะไป เพราะเวียดนามไม่มีช่วงที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งประเทศ ภาคเหนือ (ฮานอย ซาปา ฮาลอง) เหมาะช่วงกันยายน-พฤศจิกายนและมีนาคม-เมษายน ภาคกลาง (เว้ ฮอยอัน ดานัง) หลีกเลี่ยงฝนหนักกันยายน-ธันวาคม ภาคใต้ (โฮจิมินห์ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ฟู้โกว๊ก) เหมาะช่วงธันวาคม-เมษายนที่ฝนน้อย หากเที่ยวทั้งประเทศในทริปเดียว ธันวาคม-กุมภาพันธ์คือช่วงที่สมดุลที่สุด
วางแผนไปเวียดนามอยู่ใช่ไหม เช็กเงื่อนไขการเข้าเมืองและยื่นออนไลน์ได้เลย
ใช้หน้า Visaja นี้เป็นจุดเริ่มต้น และตรวจสอบกฎที่ใช้บังคับกับแหล่งข้อมูลทางการโดยตรงก่อนยื่นคำขอ