ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นคือประเทศเกาะเอเชียตะวันออกที่ผสานประเพณีโบราณเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย รถไฟชินคันเซ็ง ซากุระ ภูเขาไฟฟูจิ วัดวาอาราม วัฒนธรรมอนิเมะ-มังงะ ซูชิ และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร โตเกียวเมืองหลวงคือมหานคร 38 ล้านคนที่รวมย่านชิบุยะ-ชินจุกุอันทันสมัยเข้ากับย่านดั้งเดิม เกียวโตมีวัดโบราณและย่านเกอิชา โอซาก้ามีสตรีทฟู้ดขึ้นชื่อ ฮิโรชิม่ามีอนุสรณ์สถานสันติภาพ และนาราเป็นบ้านของกวางที่เป็นมิตร สำหรับคนไทย ข่าวดีคือหนังสือเดินทางไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2013 แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต่างจากที่หลายคนเข้าใจ: จำกัดเฉพาะหนังสือเดินทางแบบมีชิป IC (พาสปอร์ตเล่มใหม่ทุกเล่มมีอยู่แล้ว) และพำนักได้สูงสุดเพียง 15 วัน สั้นกว่า 90 วันที่นักท่องเที่ยวตะวันตกได้รับมาก หากวางแผนอยู่นานกว่านั้นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
วีซ่าญี่ปุ่นสำหรับคนไทย: ยกเว้นวีซ่าเฉพาะพำนักไม่เกิน 15 วัน หนังสือเดินทางต้องมีชิป IC
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้คนไทยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2013 (หยุดชั่วคราวช่วงสถานการณ์โควิด แล้วกลับมาใช้อีกครั้งตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2022) เงื่อนไขคือ ต้องถือหนังสือเดินทางแบบมีชิป IC (พาสปอร์ตไทยรุ่นปัจจุบันทุกเล่มมีชิปนี้อยู่แล้ว) และพำนักเพื่อการท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นไม่เกิน 15 วันเท่านั้น ตัวเลข 15 วันนี้สั้นกว่า 90 วันที่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ ยุโรป หรือประเทศตะวันตกอื่นได้รับอย่างมาก อย่าเข้าใจผิดว่าคนไทยได้สิทธิ์เท่ากัน หากวางแผนอยู่เกิน 15 วัน ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนเดินทาง สำหรับผู้ที่ต้องขอวีซ่า (พำนักเกิน 15 วัน หรือวัตถุประสงค์อื่นอย่างทำงาน เรียนต่อ หรือแต่งงานกับคนญี่ปุ่น) ยื่นคำร้องผ่านศูนย์รับยื่นวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) ที่ดำเนินการโดย VFS Global ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ยื่นตรงที่สถานทูต ผู้พำนักใน 9 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์) ต้องยื่นที่สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นในเชียงใหม่โดยเฉพาะ วีซ่าที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นแบบเข้าครั้งเดียว (Single-entry) มีอายุใช้งาน 3 เดือนนับจากวันถัดจากวันออกวีซ่า ต้องเดินทางเข้าญี่ปุ่นภายในช่วงเวลานี้ อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ตรวจสอบอัตราปัจจุบันที่เว็บทางการของสถานทูตก่อนยื่นเสมอ เพราะเพิ่งปรับเปลี่ยนไม่นาน
ประเภทวีซ่า
ท่องเที่ยว เยี่ยมคนรู้จัก ติดต่อธุรกิจระยะสั้น ต้องถือหนังสือเดินทางแบบมีชิป IC ห้ามทำงานหรือทำกิจกรรมที่ได้รับค่าตอบแทนระหว่างพำนัก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
- ยกเว้นวีซ่าเฉพาะ 15 วันเท่านั้น ไม่ใช่ 90 วัน: เงื่อนไขคือต้องถือหนังสือเดินทางแบบมีชิป IC และพำนักไม่เกิน 15 วันเพื่อท่องเที่ยว/ธุรกิจ หากอยู่นานกว่านั้นต้องขอวีซ่าล่วงหน้าที่ศูนย์ JVAC ก่อนเดินทาง ไม่สามารถขยายเวลาในประเทศได้
- ยื่นวีซ่าที่ศูนย์ JVAC ไม่ใช่สถานทูตโดยตรง: ศูนย์รับยื่นวีซ่าญี่ปุ่นดำเนินการโดย VFS Global ในกรุงเทพฯ ผู้พำนัก 9 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์) ยื่นที่สถานกงสุลใหญ่เชียงใหม่แทน
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าเพิ่งเปลี่ยนแปลง: มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 ตรวจสอบอัตราปัจจุบันที่เว็บทางการสถานทูตญี่ปุ่นก่อนยื่นเสมอ อย่ายึดตัวเลขเก่า
- ตั๋ว JR Pass ต้องซื้อก่อนเดินทางถึงญี่ปุ่น: ซื้อในญี่ปุ่นไม่ได้ ครอบคลุมรถไฟ JR รวมชินคันเซ็งส่วนใหญ่ คุ้มค่ามากสำหรับทริปหลายเมือง สั่งซื้อออนไลน์ล่วงหน้าหลายสัปดาห์
- สังคมเงินสด: แม้ภาพลักษณ์จะไฮเทค ญี่ปุ่นยังใช้เงินสดเป็นหลักในร้านอาหาร ร้านค้า และแท็กซี่จำนวนมาก ตู้ ATM ที่ 7-Eleven และที่ทำการไปรษณีย์รับบัตรต่างชาติ พกเงินสดให้เพียงพอ
- ไม่มีวัฒนธรรมทิป: การให้ทิปถือว่าไม่เหมาะสมในญี่ปุ่น ค่าบริการรวมอยู่ในบิลแล้ว ไม่ต้องให้ทิปที่ร้านอาหาร แท็กซี่ หรือโรงแรม
- มารยาท: ถอดรองเท้าเมื่อเข้าบ้าน ที่พักแบบดั้งเดิม บางร้านอาหาร และวัด ออนเซ็นต้องล้างตัวก่อนลงบ่อ ห้ามมีรอยสักในออนเซ็นหลายแห่ง เงียบบนรถไฟ
- ฤดูซากุระ: ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน (แตกต่างตามภูมิภาค) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด จองที่พักล่วงหน้าหลายเดือน ใบไม้เปลี่ยนสีฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) สวยไม่แพ้กันแต่คนน้อยกว่า
ภาพรวมการเดินทาง
ญี่ปุ่นคือจุดที่อดีตอันเก่าแก่ปะทะกับความล้ำสมัยที่สุดในโลก โตเกียวคือมหานครที่เข้าใจยากในขนาด สี่แยกชิบุยะที่คนเดินข้ามพร้อมกันเรือนหมื่น ตึกไฟนีออนชินจุกุ ย่านอากิฮาบาระที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอนิเมะ ศาลเจ้าเมจิที่เงียบสงบท่ามกลางป่าไม้ใจกลางเมือง ทั้งหมดเชื่อมด้วยระบบรถไฟที่แม่นยำจนดีเลย์ 30 วินาทีกลายเป็นข่าวระดับประเทศ เกียวโตคือขั้วตรงข้าม วัดและศาลเจ้ากว่า 2,000 แห่งรวมถึงคินคะคุจิสีทอง ประตูโทริอิสีแดงชาดที่ฟุชิมิอินาริ สวนหินเซนที่เรียวอันจิ และย่านเกอิชากิออน ระหว่างสองเมือง โอซาก้ามีสตรีทฟู้ดที่โดตงโบริ ฮิโรชิม่ามีอนุสรณ์สถานสันติภาพและเกาะศาลเจ้ามิยาจิม่า นาราเป็นบ้านของกวางเชื่องท่ามกลางวัดโบราณ เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นและภูเขาไฟฟูจิที่ปีนได้ในฤดูร้อนและถ่ายรูปสวยได้ตลอดปี ชินคันเซ็งวิ่งเชื่อมทุกอย่างด้วยความเร็ว 300 กม./ชม. อาหารญี่ปุ่น (มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก) ไปไกลกว่าซูชิมาก ตั้งแต่ราเมงประจำภูมิภาค ไคเซกิหลายคอร์ส อิซากายะสำหรับยากิโทริและเบียร์ ไปจนถึงอาหารร้านสะดวกซื้อที่คุณภาพดีเกินราคา
สำรวจญี่ปุ่น
ประตูโทริอิสีแดงชาดนับพันบานที่ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะเรียงรายขึ้นไปตามภูเขาอินาริ เป็นเส้นทางเดินไป-กลับใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไม่เสียค่าเข้าและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง — แนะนำให้ไปก่อน 7 โมงเช้าหรือหลังพระอาทิตย์ตกดิน จะได้เห็นประตูโทริอิช่วงล่างโดยไม่ต้องเบียดกับฝูงคนที่แน่นขนัดตั้งแต่สายจนถึงเย็น คินคะคุจิหรือวัดทองเป็นจุดหมายแบบอาคารเดียวรูปเดียว สวยที่สุดในเช้าวันฟ้าใสที่แผ่นทองสะท้อนกับผิวน้ำบ่อรอบวัด (ค่าเข้า 500 เยน ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ชมได้เฉพาะจากเส้นทางที่กำหนด) ป่าไผ่อาราชิยาม่าอยู่ห่างจากปลายทางรถราง Randen เพียงไม่กี่นาที ช่วงเช้าตรู่บรรยากาศขลังจริง ๆ แต่พอสาย ๆ ราวสิบโมงก็แน่นจริง ๆ เช่นกัน แนะนำให้เที่ยวรวมกับสวนวัดเทนริวจิ (มรดกโลกยูเนสโก) และสะพานโทเก็ตสึเคียวไปด้วยเลย ดีกว่าไปดูแค่ป่าไผ่อย่างเดียว ย่านเกอิชากิออนในเกียวโตให้รางวัลกับคนที่เดินเล่นยามเย็นเงียบ ๆ บนถนนฮานามิโคจิโดริ ด้วยโอกาสได้เห็นเกโกะหรือไมโกะเดินไปนัดหมาย แต่การถ่ายรูปพวกเธอโดยตรงตอนนี้ถูกจำกัดด้วยกฎท้องถิ่นในบางย่านแล้ว ควรเคารพกฎนี้
หลากวิธีสัมผัสจุดหมายปลายทางนี้
วัดและศาลเจ้ากว่า 2,000 แห่งในเกียวโต (คินคะคุจิ ฟุชิมิอินาริ เรียวอันจิ คิโยมิสึเดระ) วัดโทไดจิที่นาราซึ่งเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิม่าและเกาะมิยาจิม่า พระใหญ่คามาคุระ ศาลเจ้าโทโชกุที่นิกโก้ และเมืองปราสาทฮิเมจิ มัตสึโมโตะ คานาซาวะ
สี่แยกชิบุยะและตึกระฟ้าชินจุกุ อากิฮาบาระ (เครื่องใช้ไฟฟ้าและอนิเมะ) ฮาราจุกุ (แฟชั่นข้างถนนและศาลเจ้าเมจิ) อาซากุสะและวัดเซ็นโซจิ ตลาดปลาสึกิจิ กินซ่าสำหรับช้อปปิ้งหรู และไนท์ไลฟ์ตั้งแต่ตรอกอิซากายะถึงบาร์ค็อกเทล
ซูชิที่สึกิจิและโทโยสุ ราเมงตามภูมิภาค (ฮากาตะทงคตสึ ซัปโปโรมิโสะ โตเกียวโชยุ) ไคเซกิหลายคอร์สที่เกียวโต สตรีทฟู้ดโอซาก้า (ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ) เนื้อโกเบ วัฒนธรรมอิซากายะ และอาหารร้านสะดวกซื้อที่คุณภาพดีเกินราคา
วัฒนธรรมบ่อน้ำพุร้อนภูเขาไฟในที่พักแบบดั้งเดิม ฮาโกเน่ (วิวภูเขาไฟฟูจิจากบ่อ) เบปปุ (แปดนรกบ่อน้ำพุร้อน) คิโนซากิออนเซ็น (เจ็ดโรงอาบน้ำสาธารณะในเมืองโคมไฟ) และสวนลิงหิมะจิโกกุดานิใกล้นากาโนะ
ภูเขาไฟฟูจิ (ปีนได้กรกฎาคม-กันยายน สวยงามตลอดปีจากมุมอื่น) เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (หุบเขาคามิโคจิ) ป่าดึกดำบรรพ์ยาคุชิมะ และชายหาดเขตร้อนโอกินาว่า
ร้านอนิเมะและมังงะที่อากิฮาบาระ แฟชั่นข้างถนนฮาราจุกุ พิพิธภัณฑ์จิบลิ (ต้องจองตั๋วล่วงหน้า) ศิลปะดิจิทัล teamLab แคปซูลโฮเทล คาเฟ่แมว และวัฒนธรรมโอตาคุที่กลายเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
เงินและสกุลเงิน
เยนญี่ปุ่น (JPY)
รหัสสกุลเงิน: JPY
เคล็ดลับเรื่องเงินที่ใช้ได้จริง
สังคมเงินสดแม้จะดูไฮเทค
ญี่ปุ่นมีภาพลักษณ์เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ในความเป็นจริงยังใช้เงินสดเป็นหลักในร้านอาหารขนาดเล็ก ร้านค้าท้องถิ่น และแท็กซี่จำนวนมาก แลกเงินบาทไทยเป็นเยนได้ที่ร้านแลกเงินในไทยก่อนเดินทาง หรือถอนจากตู้ ATM เมื่อถึงญี่ปุ่น ธนบัตรเยนมีขนาดต่างกันตามมูลค่า (ต่างจากธนบัตรไทยที่ใช้สีต่างกันแต่ขนาดเท่ากัน) จับสังเกตให้ดี พกเงินสดให้เพียงพอเสมอโดยเฉพาะเมื่อเดินทางนอกเมืองใหญ่
ตู้ ATM ที่ 7-Eleven และไปรษณีย์รับบัตรต่างชาติ
ตู้ ATM ธนาคารญี่ปุ่นทั่วไปมักไม่รับบัตรต่างชาติ มองหาตู้ที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven (Seven Bank ATM) และที่ทำการไปรษณีย์ (Japan Post Bank ATM) ซึ่งรับบัตร Visa, Mastercard และเครือข่ายต่างชาติอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ ตู้เหล่านี้มีเมนูภาษาอังกฤษให้เลือก วงเงินถอนต่อครั้งจำกัดตามที่ตู้กำหนด ปฏิเสธการคิดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นบาทไทยที่ตู้เสมอ เลือกคิดเป็นเยนญี่ปุ่นเพื่อเรตที่ดีกว่า
บัตรใช้ได้ในเมืองใหญ่ เงินสดจำเป็นที่อื่น
บัตร Visa และ Mastercard รับได้ที่โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารเชนในโตเกียวและเกียวโต แต่ร้านอาหารเล็ก ร้านราเมง ศาลเจ้า/วัด และร้านค้าในเมืองรองจำนวนมากยังรับเฉพาะเงินสด บัตรสมาร์ทการ์ดอย่าง Suica หรือ Pasmo ใช้จ่ายค่ารถไฟ รถเมล์ และซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อได้สะดวก ซื้อได้ที่สถานีรถไฟหลัก เติมเงินได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วหรือร้านสะดวกซื้อ
ไม่มีวัฒนธรรมทิป
การให้ทิปในญี่ปุ่นถือว่าไม่เหมาะสมและอาจทำให้พนักงานรู้สึกอึดอัด ค่าบริการรวมอยู่ในราคาสินค้าและบริการอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ทิปที่ร้านอาหาร แท็กซี่ โรงแรม หรือช่างทำผม บริการที่ดีถือเป็นมาตรฐานปกติ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องตอบแทนด้วยเงินเพิ่ม
หมายเหตุ: ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ สามารถแลกเงินได้ที่สนามบิน ธนาคาร และร้านรับแลกเงินที่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ต้องขอ หากพำนักไม่เกิน 15 วันเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจ และถือหนังสือเดินทางแบบมีชิป IC (พาสปอร์ตไทยรุ่นปัจจุบันมีอยู่แล้ว) นี่คือสิทธิ์ที่ต่างจากนักท่องเที่ยวตะวันตกที่ได้ 90 วัน หากวางแผนอยู่นานกว่า 15 วัน ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าที่ศูนย์ JVAC ก่อนเดินทาง
ระยะเวลายกเว้นวีซ่าของญี่ปุ่นกำหนดตามข้อตกลงรายประเทศ ไม่ใช่กฎเดียวกันทุกชาติ ไทยได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าแบบมีเงื่อนไข (หนังสือเดินทางมีชิป IC + 15 วัน) มาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะที่สั้นกว่ากลุ่มประเทศตะวันตกที่ได้ 90 วันตามข้อตกลงของตนเอง เป็นผลจากการเจรจาทวิภาคีที่ต่างกัน ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติแบบสุ่ม
ยื่นผ่านศูนย์รับยื่นวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) ที่ดำเนินการโดย VFS Global ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ยื่นตรงที่สถานทูต ผู้พำนักใน 9 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์) ต้องยื่นที่สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นในเชียงใหม่แทน ตรวจสอบค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนยื่นเพราะเพิ่งเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026
วางแผนไปญี่ปุ่นอยู่ใช่ไหม เช็กเงื่อนไขการเข้าเมืองและยื่นออนไลน์ได้เลย
Visaja ทบทวนข้อมูลติดต่อและคำแนะนำวีซ่าในหน้านี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามข้อกำหนดอาจเปลี่ยนได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า — โปรดยืนยันประเด็นสำคัญกับคณะผู้แทนหรือช่องทางทางการก่อนเดินทาง